กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนระวังกินน้ำแข็งที่ไม่สะอาด เหตุจากการปนเปื้อนของเชื้อโรคและสภาพอากาศที่ร้อน ทำให้อาหารจะบูดเสียง่าย แนะนำให้ประชาชนใช้มาตรการ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” หลีกเลี่ยง 10 เมนูเสี่ยง หลังปีนี้พบผู้ป่วยมากกว่า 2 หมื่นรายแล้ว จากสภาพอากาศที่เริ่มร้อนขึ้นในช่วงนี้ เหมาะแก่การเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนของเชื้อโรคหลายชนิด ซึ่งอากาศที่ร้อนแบบนี้ยังทำให้อาหารบูดเสียได้ง่ายกว่าปกติ

รวมถึงการบริโภคน้ำจากตู้กดน้ำและน้ำแข็งที่ไม่สะอาด ไม่มีคุณภาพ ทำให้ประชาชนเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษ สำหรับสถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษในประเทศไทย ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม – 26 กุมภาพันธ์ 2561 พบผู้ป่วยแล้ว 22,950 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 15 – 24 ปี รองลงมา อายุ 25 – 34 ปี และ 45 – 54 ปี ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ลำพูน อำนาจเจริญ ตราด อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด ตามลำดับ โรคอาหารเป็นพิษเกิดจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำ น้ำแข็ง ที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค (แบคทีเรีย ไวรัส และพยาธิ) สารพิษ หรือสารเคมี ซึ่งมักพบในอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ อาหารไม่สะอาด และอาหารที่ปรุงไว้นานแล้ว ไม่ได้แช่เย็นหรือไม่นำมาอุ่นก่อน ในส่วนน้ำแข็งที่ประชาชนรับประทาน อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ จากภาชนะเก็บที่ไม่ได้มาตรฐาน สกปรก หรือวิธีการผลิตที่ไม่ได้คุณภาพ นอกจากนี้ 10 เมนูอาหารเสี่ยงในช่วงหน้าร้อนที่ประชาชนควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ 1.ลาบ/ก้อยดิบ 2.ยำกุ้งเต้น 3.ยำหอยแครง/ยำทะเล 4.ข้าวผัดโรยเนื้อปู 5.อาหารหรือขนมที่มีส่วนประกอบของกะทิสด 6.ขนมจีน 7.ข้าวมันไก่ 8.ส้มตำ 9.สลัดผัก และ 10.น้ำแข็งที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth