เพราะการพัฒนา “คน” คือหัวใจสำคัญที่สุดของการพัฒนา “ชาติ” โดยเฉพาะการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ ด้วยการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ให้กับเด็กและเยาวชนในการก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานและการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ทิศทางของเศรษฐกิจ การพัฒนาในระดับจังหวัดและในระดับประเทศ “จังหวัดสุรินทร์” เป็น 1 ใน 10 จังหวัดนำร่องการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ ที่สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (ตาก) โดยการสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ดำเนิน “โครงการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อและ 3 ยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเพื่อเตรียมพร้อมเด็กและเยาวชนให้มีทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัด และการพัฒนาในระดับประเทศตามนโยบายและยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ที่ประกอบไปด้วย 1.การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ 2.การจัดฝึกอบรมทักษะอาชีพ และ 3.การสร้างแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านอาชีพอย่างครบวงจร จนเป็นที่มาของการจัดงาน “เปิดโลกการเรียนรู้เพื่ออาชีพจังหวัดสุรินทร์” ขึ้นเป็นครั้งแรกของจังหวัด ภายใต้ความร่วมมือของ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) องค์การบริหารจังหวัดสุรินทร์ คณะกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ สมัชชาการศึกษาจังหวัดสุรินทร์ และ กิจการเพื่อสังคม A-chieve เพื่อปลูกฝังปรับเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองต่อการศึกษา และสร้างเข็มทิศชีวิตในการเรียนรู้เพื่อมุ่งสู่อาชีพที่ใช่และสอดคล้องกับความถนัดให้เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนรวมไปถึงผู้ปกครองในจังหวัด
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนาคนอันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของการพัฒนาชาติ จึงมีนโยบายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องบูรณาการการศึกษาและพัฒนาคน โดยมุ่งให้เกิดการเตรียมความพร้อมของเยาวชนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และความต้องการของท้องถิ่น เน้นการสร้างคนให้มีความสามารถ มีทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการทำงาน ด้วยการส่งเสริมให้เยาวชนได้เตรียมความพร้อมด้านอาชีพ ซึ่งการที่จะขับเคลื่อนในเรื่องนี้ให้ประสบความสำเร็จ ควรเริ่มจากท้องถิ่น เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีบริบทที่แตกต่างหลากหลาย มีต้นทุนทรัพยากรที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ความต้องการแรงงานย่อมแตกต่างกันไปด้วย โดยแต่ละจังหวัดสามารถกำหนดทิศทางการศึกษาให้ลูกหลานของตนเองได้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth